ประวัติ อาก๊ง
“อาก๊ง” บรรพบุรุษชาวจีนผู้ก่อสร้างศาลเจ้าพ่อนาคราชเป็น “คนแรก” โดยมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า อาก๊งได้เห็นพญานาค 2 ตน กำลังเล่นน้ำอยู่ในบึงโบราณเก่าแก่คู่เมืองจันแสนตั้งแต่สมัยทวาราวดี และได้เห็นพญานาคอยู่บ่อยครั้ง จึงเกิดความสงสัย ทำให้อาก๊งทพการเสี่ยงทายด้วยวิธีของคนจีน จึงได้รู้ว่า เจ้าพ่อนาคราชต้องการให้ให้ศาลในบริเวณนี้ อาก๊งจึงได้เริ่มก่อสร้างศาลเจ้าพ่อนาคราชขึ้น โดยในเริ่มแรกเป็นเพียงเพิงสังกะสีเล็ก ๆ ตามกำลังทรัพย์ และได้มีการบูรณะเพียงเล็กน้อยมาเรื่อย ๆ
ประวัติ อาจารย์แห้ว
นาย ณรงศักดิ์ คูกิติรัตน์ หรือ ที่เรารู้จักกันในนาม “อาจารย์แห้ว หมอดูเทวดา” ทายาทรุ่นที่สี่ของ อาก๊ง ผู้ก่อสร้างศาลเจ้านาคราชเป็นคนแรก ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของอาก๊ง โดยการบูรณะศาลเจ้าพ่อนาคราชด้วยเงินเพียง 3,000 บาท
ในวัยเยาว์ อาจารย์แห้วได้ค้นพบว่า ตัวเองมีความสามารถพิเศษ สามารถทำนายดวงชะตาได้ ตั้งแต่อายุเพียง 8 ปี แต่ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ในช่วงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ชื่อเสียงด้านการทำนายดวงชะตาก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ยังไม่ได้ตั้งตนเป็นหมอดู จนกระทั่งอาจารย์แห้วได้เข้าสู่เพศบรรพชิต ทำให้ชื่อเสียงด้านการทำนายดวงชะตาเป็นที่รู้จักและโด่งดังมาก โดยท่านได้ทำนายดวงชะตายให้กับลูกศิษย์มากมาย และได้นำรายได้จากการทำนายดวงชะตาไปสร้างโบสถ์วัดโคกงาม ซึ่งเป็นวัดที่ท่านจำพรรษาอยู่จนสำเร็จ นับเป็นโบสถ์หลังแรกในชีวิตอาจารย์เลยก็ว่าได้
ในปัจจุบัน อาจารย์แห้วได้ตรวจดวงชะตาในกับลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก รวมถึงทำพิธีเสริมดวงชะตา เสริมบารมี และในบางครั้งมีการประทับร่างทรงเชิญองค์เทพผ่านร่างเพื่อให้พรกับบรรดาลูกศิษย์และบุคคลทั่วไปอีกด้วย โดยการประทับทรงของอาจารย์แห้วนั้น จะเป็นการประทับทรงจากองค์เทพอื่น ๆ หลายองค์ แต่หากเป็นองค์เจ้าพ่อนาคราช จะมาประทับเพียง 1 วันต่อปีเท่านั้น ซึ่งก็คือวันที่ 10 ธันวาคม โดยมีความเชื่อว่า เจ้าพ่อนาคราชจะมาประทานพรในเรื่องค้าขาย โดยเฉพาะกับคนจีน ในระหว่างประทับทรง จะไม่มีการพูดคุยใดใด ทั้งนี้อาจารย์แห้วได้บอกไว้ว่า “องค์เทพเขาคุยกับเราไม่รู้เรื่องหรอก เขามาเพื่อโปรดเราเฉย ๆ”
หากถามถึงความรู้สึกในระหว่างที่ประทับร่าง อาจารย์แห้วได้กล่าวว่า “ร่างกายอาจารย์ถูกควบคุมไว้หมดแม้แต่ลมหายใจของอาจารย์ ถ้ามาอยู่เป็นวัน เป็นชั่วโมงเหมือนคนอื่นอาจารย์ก็แย่น่ะซี่” โดยอาการของอาจารย์แห้วขณะประทับทรงนั้นจะเปลี่ยนเป็นอาการของคนแก่หลังงุ้มงอต้องใช้คนช่วยประคอง บางครั้งต้องใช้คนประคอง 2-3 คน และลูกศิษย์ที่ประคองอาจารย์ฯ ต่างพูดเป็นสัยงเดียวกันว่า อาจารย์จะหนักประมาณ2-3 เท่าจากปกติ
นอกจากอาจารย์แห้วจะตรวจและทำนายดวงชะตาให้กับลูกศิษย์แล้ว ท่านยังได้ช่วยเหลือผู้คนอื่น ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สร้างหอประชุมให้กับโรงเรียนวัดจันเสน, ช่วยเหลือผู้ประสพภัยน้ำท่วมที่จ. ลพบุรี ในปี 2551, สนับสนุนและช่วยในการหารายได้ให้กับเหล่ากาชาด จ. ลพบุรี, สร้างถาวรวัตถุให้กับวัดต่าง ๆ รวมทั้งให้การสนับสนุนหน่วยงานราชการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ นับครั้งไม่ถ้วน นับว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทมากคนหนึ่งในสังคม