อาจารย์แห้วผู้เปิดตำนานศาลเจ้าพ่อนาคราช

ณรงศักดิ์ คูกิติรัตน์ ชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูผู้คนมากนัก แต่ถ้าเอ่ยถึงชื่อ “อาจารย์แห้ว” ผู้คนจะพากันร้อง อ๋อ เพราะนั่นคือชื่อที่ผู้คนมากมายให้ความเคารพนับถือในนามของ “หมอดูเทวดา” ผู้หยั่งรู้บัญชีเทวดาที่บันทึกเรื่องราวของผู้คนในแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร ทำอะไร และจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยอาจารย์แห้วจะมีคำพูดที่ผู้คนคุ้นหูกันว่า “อาจารย์พูดตามที่ข้างบนเขาบันทึกไว้ เขาบันทึกอย่างไรอาจารย์ก็พูดอย่างนั้น เราจะทำอะไรเทวดาเขาจะบันทึกไว้หมดนะ”

อาจารย์แห้วพบตัวเองว่าสามารถทำนายทายทักชะตาผู้คนได้ตั้งแต่อายุได้ 8 ขวบ อาจาย์เล่าว่าเคยได้ไปพบกับสิ่งต่างๆ มากมายโดยที่ไม่รู้ว่าคืออะไรและที่ไหน หลังจากนั้นมาก็รู้ว่าตัวเองมีพลังวิเศษแต่ก็ใช้ชีวิตปกติเช่นเด็กทั่วไป กระทั่งเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีชื่อเสียงในการดูดวงเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นแต่ก็ดูเป็นวิทยาทานเท่านั้นไม่ได้ตั้งตนเป็นหมอดูแต่ประการใด

จวบจนเข้าอยู่ในเพศบรรพชิตชื่อเสียงของอาจารย์แห้วเริ่มโด่งดังจนเป็นที่รู้จักกันอย่างมาก มีบรรดาลูกศิษย์เข้ามาให้ดูดวงให้ไม่เว้นแต่ละวัน เงินทองที่ได้มาจากการดูดวงนั้นอาจารย์แห้วได้นำไปสร้างโบสถ์ที่วัดโคกงามซึ่งเป็นวัดที่จำพรรษาอยู่จนสำเร็จเสร็จสิ้นในเวลาเพียง 11 เดือน เป็นโบสถ์หลังแรกในชีวิตเลยทีเดียว พอสร้างโบสถ์สำเร็จก็ได้สร้างถาวรวัตถุให้กับวัดต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก หลังจากลาสิกขาบทออกมาแล้วก็ยังคงช่วยเหลือในที่ต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามต่างๆ สถานที่หน่วยงานราชการต่างๆ จนกระทั่งบูรณะศาลเจ้าพ่อนาคราชซึ่งเป็นศาลเจ้าฯที่บรรพบุรุษได้สร้างขึ้นจนเป็นศาลเจ้าฯที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ในทุกวันนี้ก็ยังคงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาพากันมาให้อาจารย์ตรวจดวงชะตาให้อย่างสม่ำเสมอวันหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่าร้อยคน นอกจากจะดูดวงชะตาแล้วยังให้อาจารย์แห้วทำพิธีเสริมดวงชะตา เสริมบารมี และอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่าง โดยในบางครั้งอาจารย์แห้วจะประทับทรงเชิญองค์เทพผ่านร่างเพื่อให้พรกับบรรดาลูกศิษย์และบุคคลทั่วไป แต่การประทับทรงผ่านร่างนั้นจะมีเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้นไม่ได้ประทับทรงผ่านร่างทุกวันอย่างที่หลายคนเข้าใจ

อาจารย์แห้วในขณะประทับทรง

การประทับทรงผ่านร่างของอาจารย์แห้วเกิดขึ้นเมื่อไรนั้นอาจารย์ก็จำไม่ได้รู้แต่ว่าหลังจากฝันเห็นอากงที่มาบอกให้สร้างศาลเจ้าฯก็รู้ว่าสามารถสื่อกับองค์เทพได้ และการประทับทรงนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าจะเชิญเทพองค์ไหนได้ บางครั้งเชืญแล้วไม่มาก็มี หรือบางครั้งองค์เทพประสงค์จะมาโปรดก็จะมีสัญญาน บอกกับอาจารย์แห้ว แต่ถ้าเป็นองค์เจ้าพ่อนาคราชแล้วใน 1 ปีจะมาเพียงครั้งเดียวคือในวันที่ 10 ธันวาคมเท่านั้น ดังนั้นในวันดังกล่าวจะมีคนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่มีเชื้อสายจีนเพราะเชื่อว่าเจ้าพ่อจะมาประทานพรในเรื่องการค้าขาย ส่วนในระหว่างการประทับทรงจะไม่มีการพูดจากอาจารย์แห้วเลย ทั้งนี้เพราะอาจารย์แห้วบอกว่า “องค์เทพเขาคุยกับเราไม่รู้เรื่องหรอก เขามาเพื่อโปรดเราเฉย ๆ พอเสร็จแล้วเขาก็กลับ หรือไปโปรดที่อื่นต่อไม่มีเวลามาคุยกับใครหรอก ไอ้ที่มาพูดจาคุยด้วยเป็นชั่วโมง เป็นวันนั้นเป็นของปลอม และที่มาเรียกเงิน เรียกทองเป็นหมื่น เป็นพันนั่นมันหลอกเทวดาเขามีมากกว่าเราเยอะ บ้านเขาเสาเป็นทองคำ และเขาจะมาสนใจอะไรกับเงินเพียงเท่านี้ ใครเป็นศิษย์อาจารย์แห้วจำไว้ด้วยอย่าไปให้ใครเขาหรอกเอา”

มีคนเคยถามว่าอาจารย์แห้วเป็นอย่างไรขณะองค์เทพประทับผ่านร่างก็ได้รับคำตอบว่า “ร่างกายอาจารย์ถูกควบคุมไว้หมดแม้แต่ลมหายใจของอาจารย์ ถ้ามาอยู่เป็นวัน เป็นชั่วโมงเหมือนคนอื่นอาจารย์ก็แย่น่ะซี่” ส่วนอาการของอาจารย์แห้วขณะประทับทรงนั้นจะเปลี่ยนเป็นอาการของคนแก่หลังงุ้มงอต้องใช้คนช่วยประคอง บางครั้งต้องใช้คนประคอง 2-3คน ถามลูกศิษย์ที่เข้าประคองบอกว่าตัวอาจารย์แห้วจะหนักขึ้นประมาณ2-3เท่าจากปกติ ซึ่งผู้เขียนเคยเข้าประคองร่างหลายครั้งก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

อาจารย์แห้ว นอกจากจะดูดวง ประทับทรงแล้วยังเป็นผู้ที่ช่วยเหลือสังคมอีกเป้นจำนวนมาก เช่น สร้างหอประชุมให้กับโรงเรียนวัดจันเสน ซึ่งเป็นโรงเรียนบ้านเกิด ช่วยเหลือผู้ประสพภัยน้ำท่วมที่จ. ลพบุรี ในปี 2551 สนับสนุนและช่วยในการหารายได้ให้กับเหล่ากาชาด จ. ลพบุรี สร้างถาวรวัตถุให้กับวัดต่าง ๆ รวมช่วยสร้างโบสถ์ไปแล้ว 9 วัด เมรุ 29 วัด รวมทั้งให้การสนับสนุนหน่วยงานราชการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ นับครั้งไม่ถ้วน นับว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทมากคนหนึ่งในสังคม กับความตั้งใจสุดท้ายถ้ายังไม่สิ้นอายุขัย มีบุญพอ มีกำลังพอ ก็จะสร้างโรงพยาบาลที่ ต. จันเสน เป็นที่สุดท้ายในชีวิต

 

 

 

 


 

No Responses

ใส่ความเห็น