ศาลเจ้าพ่อนาคราช

 

ศาลเจ้าพ่อนาคราช ตั้งอยู่ที่ ต. จันเสน อ. ตาคลี จ. นครสวรรค์ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนจันเสนมาร่วมสี่อายุคนแล้ว ชาวจันเสนเชื่อกันว่ามี “เจ้าพ่อนาคราช” มีอำนาจดูแลทรัพย์สมบัติใต้พื้นดินทั้งหมดประทับอยู่ จึงได้พากันก่อตั้งศาลเจ้าขึ้นแต่ก็เป็นเพียงเพิงสังกะสีเล็ก ๆ ไม่ใหญ่นัก และก็ได้พากันกราบไหว้ขอพรจากเจ้าพ่อนาคราช แต่ก็เป็นที่รู้จักกันในเฉพาะชุมชนจันเสนเท่านั้น เนื่องจากในสมัยนั้นพื้นที่ยังเป็นป่า การเดินทางไปมาหาสู่กันค่อนข้างจะลำบาก

ศาลเจ้าฯหลังเดิม

ต่อมาได้มีการบูรณะศาลเจ้าฯ ขึ้นเป็นเรือนไม้ก่อสร้างให้แข็งแรงขึ้นแต่ก็ไม่ใหญ่ไปกว่าเดิมเท่าไรนัก หลังจากนั้นศาลเจ้าพ่อนาคราชก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนในชุมชนใกล้เคียงมากขึ้น ถนนหนทางเริ่มจะสะดวกขึ้นผู้คนเริ่มพากันมากราบไหว้บูชาขอพรจากเจ้าพ่อนาคราชมากขึ้น

จนเวลาล่วงเข้ามาถึงปี พ.ศ. 2544 ก็ได้มีการบูรณะศาลเจ้าครั้งใหญ่อย่างที่ไม่มีใครคิดว่าจะสร้างได้ใหญ่โตอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ด้วยงบประมาณเริ่มต้นที่ 3,000บาทเท่านั้น และศาลเจ้าพ่อนาคราชหลังแรกก็สร้างสำเร็จเสร็จสิ้นในเวลาเพียง 8 เดือน โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 40ล้านบาท จนกลายเป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพ เทวรูป พระในปางต่าง ๆ มากมาย เช่น พระยูไล เจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้านาจา เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ยะ พระ 18 อรหันต์ เทพเจ้าตี่จั่งอ๊วง เป็นต้น

ตำหนักเจ้าแม่กวนอิมพันมือ

ในปี พ.ศ. 2549 ได้มีการก่อสร้างตำหนักเจ้าแม่กวนอิมพันมือขึ้นในพื้นที่ศาลเจ้าพ่อนาคราช ด้วยงบประมาณเริ่มต้น 40,000บาท และในปีต่อมาก็ได้ก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีก 4 อาคาร คือ

  • อาคาร 3 ชั้น แดนล้างกรรม
  • ตำหนักเจ้าพ่อนาคราช
  • อาคารพระธรรม
  • อาคาร 5 ชั้นแดนสุขาวดี

ในระหว่างทำการก่อสร้างนี้ได้มีผู้มีจิตศรัทธาได้พากันบริจาคสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก หรือกระเบื้องต่าง ๆ และมีผู้คนพากันมาขอพรจากเจ้าพ่อนาคราชและองค์เทพต่าง ๆ ทุกวัน ในวันงานประจำปี คือวันที่ 8,9,10 ธันวาคมของทุกปี จะมีผู้คนมาที่ศาลเจ้าพ่อนาคราชเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในวันที่ 10 ธันวาคมจะมีมากเป็นพิเศษ เนื่องจากจะเป็นวันที่เจ้าพ่อนาคราชจะมาประทับทรงผ่านร่าง “อาจารย์แห้ว” ซึ่งใน 1 ปี จะมีเพียงวันเดียวเท่านั้น จึงมีคนมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะชาวจีน

อาคาร 3 ชั้น แดนล้างกรรม

อาคารพระธรรม

อาคาร 5 ชั้นแดนสุขาวดี

และเมื่อศาลเจ้าพ่อนาคราชและอาคารต่าง ๆ ที่กำลังก่อสร้างอยู่นี้แล้วเสร็จคณะกรรมการก่อสร้างศาลเจ้าฯ ก็จะได้ถวายศาลเจ้าฯ แห่งนี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นสมบัติของแผ่นดินให้ชนรุ่นหลังได้สักการะกราบไหว้สืบต่อไป

 

ผู้ก่อสร้างศาลเจ้าพ่อนาคราช

ผู้เริ่มก่อสร้างศาลเจ้าพ่อนาคราชเป็นคนแรก คือ “อาก๊ง” ซึ่งเป็นบรรพบุรุษผู้จับจองพื้นที่แถว-บริเวณศาลเจ้าพ่อนาคราชเป็นที่ทำมาหากิน ท่านได้เล่าให้ฟังต่อ ๆ กันมาว่า ได้เห็นพญานาค 2 ตัวเล่นน้ำอยู่ในบึงโบราณ ซึ่งเป็นบึงเก่าแก่คู่เมืองจันเสนตั้งแต่สมัยทวาราวดี และท่านก็ได้เห็นพญานาค 2 ตัวนี้หลายครั้งก็เลยสงสัย จึงได้เสี่ยงทายตามวิธีของคนจีนจนได้รู้ว่าเจ้าพ่อนาคราชมาบอกให้สร้างศาลให้ ท่านก็เลยตกลงใจชวนกันก่อตั้งศาลเจ้าฯขึ้น ณ บริเวณที่พญานาคเล่นน้ำนั้น โดยสร้างเป็นเพิงสังกะสีเล็ก ๆ ตามกำลังทรัพย์ เมื่อศาลเจ้าทรุดโทรมตามกาลเวลา ก็ได้ทำการบูรณะศาลเจ้าฯ เป็นเรือนไม้ที่แข็งแรงขึ้นแต่ก็ไม่ใหญ่กว่าเดิมมากนัก ตามที่ได้สอบถามจากผู้ที่ร่วมบูรณะศาลเจ้าฯ ที่ยังมีชีวิตอยู่บอกว่าจำได้ว่าบูรณะอยู่ 2 หรือ 3 ครั้งประมาณนั้น แต่ก็เป็นการบูรณะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น ทาสีใหม่ เปลี่ยนไม้ที่ผุ เปลี่ยนสังกะสีหลังคาที่ผุกร่อนเท่านั้น

อาจารย์แห้ว

ครั้นเวลาล่วงเลยมาจนถึงชนรุ่นที่สี่ต่อจาก “อาก๊ง” คือ นาย ณรงศักดิ์ คูกิติรัตน์ หรือที่ผู้คนรู้จักกันดีในนามของ “อาจารย์แห้ว” ได้เกิดนิมิตฝันว่า มีคนแก่ชาวจีนนุ่งผ้าแพรสีแดง คะเนอายุน่าจะประมาณพันปีเห็นจะได้ บอกอาจารย์แห้วสร้างศาลให้ใหม่ตรงบริเวณเดิม แล้วจะเสร็จในหนึ่งปี อาจารย์แห้วนิมิตฝันอยู่แบบนี้ 3 ครั้ง ก็เลยตกลงใจที่จะสร้างศาลเจ้าฯตามที่นิมิตฝันนั้น แต่ก็มานั่งวิตกกังวลว่าจะสร้างเสร็จในหนึ่งปีได้อย่างไร ในเมื่อมีเงินอยู่เพียง 3,000 บาทเท่านั้นเอง

เตี่ยบุญชอบ อุทโยภาส

หลังจากวางศิลาฤกษ์แล้ว ศรัทธาในครั้งนี้ล่วงรู้ถึงบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ก็ได้พร้อมใจกันบริจาคข้าวของต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น อิฐ หิน ปูน ทราย จนทำให้ศาลเจ้าฯหลังแรกแล้วเสร็จในเวลาเพียง 8 เดือน ในระหว่างก่อสร้างนั้นอาจารย์แห้วได้ไปเชิญบุคคลผู้หนึ่ง คือ “เตี่ยบุญชอบ อุทโยภาส” หรือชื่อสมัยที่อยู่เมืองจีนว่า “เต็กฮะ แซ่อึ้ง” มาช่วยดูแลในการก่อสร้างศาลเจ้าฯตามศาสตร์ของจีน และเป็นผู้ให้ความหมายของอักษรจีนที่อยู่ในศาลเจ้าฯแห่งนี้ทั้งหมด นับว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในการก่อสร้างศาลเจ้าฯ หรืออาจจะพูดได้ว่าเป็นคู่บารมีในการสร้างศาลเจ้าฯของอาจารย์แห้วเลยก็ว่าได้

บึงโบราณ

หน้าศาลเจ้าที่พบพญานาคเล่นน้ำ

 

 

 

 


 

No Responses

ใส่ความเห็น